เพชรใบเซอร์ก็ผ่อนได้!

HAPPY2 1024x512 - เพชรใบเซอร์ก็ผ่อนได้!

ใครว่าเพชรใบเซอร์ต้องซื้อเงินสด? นอกจากจะใช้บัตรเครดิตได้โดยไม่ชาร์จเพิ่มแล้ว Proud Gems ยังให้คุณได้ฟินกว่า ด้วย Promotion สุดพิเศษที่สามารถแบ่งชำระ 0% 10 เดือน ด้วยบัตรเครดิตกสิกรไทย ไทยพาณิชย์และ Citibank

ไม่ว่าจะ GIA HRD เม็ดเล็กเม็ดใหญ่ ทั้งเพชรทั้งตัวเรือน เราจัดหนัก 0% ได้ทุกชิ้น ทุกเม็ด ทั้งร้าน แบ่งเบาภาระให้คุณได้จ่ายสบายกว่าเดิมโดยไม่มีดอกเบี้ยมากวนใจ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Proud Gems ชั้น 3 สยามดิคัฟเวอรี่ หน้าโถงลิฟท์ด้านใน หรือโทร 02-2514949 ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา  11.00-21.00 น. นะคะ

เพชรใส่เล่น VS เพชรลงทุน

แหวนเพชร, เพชร, ใบเซอร์, GIA, HRD, เพชรน้ำหนักพิเศษ, Premium, Size, โดยกูรูเพชร, Doctor, Diamond

เพชรที่ซื้อไว้เพื่อการลงทุน…. เป็นคนละพวกกับเพชรที่เอาไว้ใส่เล่นเฉิดฉายไฮโซค่ะ

… จากคำพูดที่บอกว่า ‘การซื้อเพชร ถือเป็นการลงทุน’ คำพูดนี้ถือว่าถูก แต่ยังถูกไม่หมด…. เนื่องจากเพชรทุกเม็ด ไม่ได้ขายแล้วได้กำไรทุกครั้ง ที่เห็นชัดๆก็ตอนขายคืนโรงรับจำนำนั่นแหละ ไม่ว่าจะขนาดไหนก็ได้ราคาต่ำกว่าตอนซื้อทุกไซส์ทุกสีแน่นอน

ไม่ต้องมองไกล ขอให้มองไปเทียบกับการซื้อขายที่ดิน เราจะเห็นได้ว่าที่ดินบางผืน ราคาสูงลิ่วเสียดฟ้า แต่ต่อให้ถือเงินสดมาวางตรงหน้าก็ซื้อไม่ได้ ก็เพราะปริมาณของ ‘ที่ดิน’ ที่ซื้อได้ขายดีนั้นมีจำนวนจำกัด และใครๆก็อยากได้เป็นเจ้าของทั้งนั้น

ส่วนที่กะโหลกกะลาตาบอด ซื้อไปแล้วมองไม่เห็นอนาคตนั้นมีอยู่ถมเถเกลื่อนเมือง เจอแบบนี้มีแต่คนอยากจะขาย.. แต่ไม่มีใครยอมซื้อ? เหตุผลก็ง่ายๆ ซื้อไปแล้วไม่มีอนาคต จะซื้อไปทำไม

การซื้อเพชรก็ไม่แตกต่าง

ถ้าคุณซื้อเพชรสวย สเป็คดี มีคุณภาพตรงตามมาตรฐาน เป็นที่ต้องการของตลาด ยิ่งเม็ดใหญ่ก็ยิ่งหายาก ราคาก็ยิ่งขึ้นสูง ไม่แน่ว่าสิ่งที่คุณครอบครอง.. ต่อให้เอาทองเท่าหัวมาแลก คุณก็อาจจะไม่ยอม เพราะคุณรู้ดีว่าราคาที่ซื้อตอนนั้น ไม่สามารถหาซื้อได้อีกแล้ว

แต่ถ้าคุณซื้อแหวนเพชรใส่เล่นกุบกิบน่ารักในดีไซน์ที่มีวางขายทั่วไปตามท้องตลาด ในร้านเพชรทุกแห่ง นั่นคือเพชรที่ซื้อไว้เพื่อใส่สวยงานตามท้องเรื่อง .. ซึ่งมันก็ยังมี Value ในตัวเอง แต่ถ้าจะหวังให้ราคาขึ้นพรวดพราด หรือมีคนมาแย่งกันขอซื้อ… มันก็คงไม่ใช่

ดังนั้น ณ ตอนที่ตัดสินใจว่าต้องการจะซื้อเพชร ขอให้ปรึกษากับตัวเอง ปรึกษาคนรอบข้าง คนในครอบครัวให้มั่นใจก่อน ว่าต้องการซื้อใส่เล่นขำๆ ซื้อเพชรชอบ ซื้อเพราะอยากเก็บให้ลูกหลาน หรือต้องการซื้อไว้เพื่อทำกำไร

เพราะคำตอบของแต่ละคน จะแตกต่างออกไปตามวัตถุประสงค์ความต้องการ .. และที่สำคัญคืองบประมาณ

เพื่อที่จะได้เพชรที่ดีที่สุดและตอบโจทย์ได้ดีที่สุดค่ะ

10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ Rapaport

แหวนเพชร, เพชร, ใบเซอร์, GIA, HRD, เพชรน้ำหนักพิเศษ, Premium, Size, โดยกูรูเพชร, Doctor, Diamond

ใครซื้อเพชรมาในระดับพ้นจากคำว่า ‘มือใหม่’ น่าจะเคยได้ยินว่าการซื้อขายเพชรนั้นจะใช้ราคากลางที่เรียกว่า Rapaport หรือที่เรียกว่า Rap หรือ Port กันสั้นๆ

แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นราคากลาง แต่วิธีการใช้นั้นโคตรจะยุ่งยาก กว่าคุณหมอจะใช้คล่องและคูณตัวเลขครบทุกตัวก็ปาเข้าไปหลายปี ทุกวันนี้ถึงกับต้องผูกสูตรใน Microsoft Excel เพื่อช่วยในการคำนวณ เพื่อความชัวร์ว่าตัวเองจะไม่คูณอะไรตกหล่นผิดพลาดอีก

ก่อนจะไปถึงตรงนั้น เรามาทำความรู้จัก Rapaport กันเล็กน้อยพอหอมปากคอมหอกันก่อนนะคะ

1. Rapaport เป็นราคากลางของเพชรที่ใช้กันในการซื้อขายทั่วโลก ไม่ว่าจะขายส่งหรือปลีกก็จะอ้างอิงจากราคานี้เสมอ

2. เมื่อก่อน Rapaport เป็นราคาในหน่วย US Dollars เสมอ แต่ตอนนี้มีเป็นหน่วยเงินรูปีอินเดียเพิ่มมาอีกอย่าง ถ้าโหลดมาใช้ อย่าลืมดูให้ดีว่าเป็น USD หรือ รูปี

3. ตัวเลขราคาเพชรใน Rapaport เป็นราคาต่อกะรัตเสมอ เวลาใช้ อย่าลืมคูณน้ำหนักเพชรเข้าไปด้วย

4. การเปลี่ยนแปลงราคา Rapaport จะเกิดขึ้นในวันศุกร์เท่านั้นในประเทศไทยสำหรับประเทศอื่น วันอาจคลาดเคลื่อนเล็กน้อย

5. แม้ว่า Rapaport จะเป็นราคากลางในการซื้อขาย แต่เพชรต่างไซส์ ต่างสี ต่างความสะอาด ส่วนลดจากพอร์ทก็ไม่เท่ากัน และสามารถขึ้นลงปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา

6. ราคาบวก Rapaport สามารถเกิดขึ้นได้ หากสเป็คนั้นๆ ขาดตลาด เป็นที่ต้องการสูง หรือหายากในช่วงนั้นๆ

7. Rapaport ไม่มีขาย อยากได้ Weekly Update ต้องสมัครสมาชิกรายปีในราคา 250 เหรียญต่อปี

8. ถ้าอยากได้แค่ Rapaport ล่าสุด จะจ่ายแค่ 50 เหรียญแล้วโหลดแค่ Current Price List ก็ได้เหมือนกัน

9. Download กันได้ที่ www.diamonds.net

10. Search Google ด้วยคำว่า Rapaport ก็จะเจอ www.diamonds.net ขึ้นมาเป็นรายการแรกค่ะ

วิธีวัดขนาดแหวนด้วยตัวเอง

01 1 - วิธีวัดขนาดแหวนด้วยตัวเอง

จะเซอร์ไพรส์สาวด้วยแหวนเพชร แต่ก็ไม่กล้าเสี่ยงเรื่องขนาด เพราะไม่แน่ใจ บางคนอยากสั่งแหวนออนไลน์แต่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองใส่แหวนเบอร์อะไร วันนี้คุณหมอเลยขอจัดวิธีการวัดแหวนด้วยตัวเองแบบง่ายๆมาให้ จะได้ลองวัดขนาดนิ้วกันแบบไม่ต้องพึ่งพวงแหวนเหมือนเคย

วิธีการก็ 2 แบบ เลือกใช้กันได้ตามอัธยาศัยนะคะ

วิธีที่ 1

หากคุณมีแหวนอยู่แล้ว ลองนำไม้บรรทัดมาวัดเส้นผ่าศูนย์กลางแหวนที่รอบวงด้านใน **ย้ำ** ว่าด้านในเท่านั้น ไม่ต้องวัดขอบแหวนรวมมาด้วยนะคะ

ในการวัด ขอให้ใช้หน่วยวัดเป็นมิลลิเมตร แล้วลองเทียบกับตารางของเราด้านล่างนี้ โดยช่องขวา จะเป็นเส้นผ่าศูนย์กลางที่เราวัดเตรียมไว้ ส่วนช่องซ้ายเป็นขนาดแหวนของเราค่ะ

yH5BAEAAAAALAAAAAABAAEAAAIBRAA7 - วิธีวัดขนาดแหวนด้วยตัวเอง

วิธีที่ 2

ถ้าไม่มีแหวนอยู่ก็ไม่เป็นไรค่ะ มาดูวิธีที่ 2 กัน สำหรับวิธีนี้ สิ่งที่ต้องใช้ก็คือลวดมัดขนมปัง หรือไหมพรมเส้นโตๆ ที่มีอยู่ที่บ้าน นำมาพันรอบโคนนิ้วแบบพอดีๆ ไม่คับ ไม่หลวม ใครข้อนิ้วใหญ่ ให้พันที่ข้อนิ้วแทนนะคะ

เมื่อพันรอบนิ้วแล้วก็ให้ทำเครื่องหมายไว้ จากนั้นก็กางออกมาแล้ววัดความยาวเป็นมิลลิเมตร ได้เท่าไหร่ ให้นำมาลบ 6 เท่านี้คุณก็จะได้ขนาดแหวนที่ต้องการ

เช่น วัดได้ 56 มิลลิเมตร ลบ 6 เท่ากับ 50 เท่ากับใส่แหวนเบอร์ 50 ค่ะ

และนี่ก็คือวิธีการวัดแหวนด้วยตัวเองสองวิธีง๊ายย.. ง่าย ที่คุณก็ทำด้วยตัวเองได้แบบไม่ง้อพวงวัดแหวนอีกต่อไป จะสั่งแหวนออนไลน์คราวหน้าก็อย่าลืมใช้สองวิธีนี้ดูนะคะ

ตารางวัดแหวนจาก https://qalo.com/pages/ring-size-chart

ซื้อเม็ดใหญ่กว่า ดีกว่าจริงหรือ?

แหวนเพชร, เพชร, ใบเซอร์, GIA, HRD, เพชรน้ำหนักพิเศษ, Premium, Size, โดยกูรูเพชร, Doctor, Diamond

‘ซื้อเพชรเม็ดเล็กๆแบบขี้เพชรทำไม… ซื้อใหญ่ๆดีกว่า’

ใครเคยเข้าร้านเพชรพร้อมคุณแม่ คุณป้า คุณย่า คุณยาย น่าจะเคยได้ยินประโยคนี้มาบ้างนะคะ

ใช่ค่ะ.. เนื่องจากขนาดของเพชรมันแปรผันตรงกับอายุ กล่าวคือ เมื่ออายุมากขึ้นก็ต้องการเพชรเม็ดใหญ่ขึ้น ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกที่คุณแม่ คุณยายจะอยากให้ลูกหลานซื้อเพชรเม็ดใหญ่ๆเก็บไว้ตั้งแต่วันนี้ เพราะหันมามองอีกที.. ราคานี้ก็คงซื้อไม่ได้แล้ว

แต่บรรดาเด็กน้อยวัยรุ่นทั้งหลายก็จะพากันส่ายหัว… นู๋ไม่เอา ไม่อยากได้ ใหญ่เกินไป เด๋วอันตราย ใส่แล้วแก่เกินวัย อยากใส่ทุกวัน บลา บลา บลา…. หารู้ไม่ว่า ร้อยละ 80 กลับมาแอบบ่นทีหลังว่า รู้งี้ซื้อเก็บตั้งแต่เอ๊าะๆ ดีกว่า

ในแง่ของการลงทุน เพชรเม็ดใหญ่ น้ำใส ไร้ตำหนิ สัดส่วนงามๆ มักจะราคาขึ้นมากกว่า เทียบกับเพชรเม็ดเล็ก สีเหลือง ตำหนิเพียบ หาไฟไม่เจอ.. พวกนี้ซื้อไปกี่ปีก็ราคาแทบจะเท่าเดิม

ว่ากันง่ายๆก็คือ ของสวยกว่า หายากกว่า และราคาขึ้นมากกว่า

แต่ถ้าไม่ได้ปลื้มเพชรเม็ดใหญ่เป็นการส่วนตัว จะเปลี่ยน Choice ไปที่เพชรขาว เพชรสะอาด ไฟเด้งดุ๋งดั๋งแทน ก็ยัง Make Sense อยู่ และมีแนวโน้มที่จะสร้างกำไรได้มากกว่าในอนาคตเช่นกัน

สิ่งที่น่าสังเกตอีกอย่างหนึ่ง คือเพชรเพื่อการลงทุนอาจจะไม่ใช่สเปคที่โดนใจ สีสวย หรือแบบที่เลือกใช้ คิดง่ายๆว่าคอนโดที่ซื้อไว้เพื่อปล่อยเช่า อาจจะไม่ใช่บ้านในฝันที่เราอยากอยู่ทุกวัน แต่นั่นคือสิ่งที่ซื้อไว้เพื่อการทำกำไรและลงทุน

ดังนั้น สำหรับการลงทุน จึงขอแนะนำให้เปิดใจให้กว้าง รับไอเดียใหม่ๆ และเพชรเม็ดที่ใหญ่กว่าเดิม คุณอาจจะได้ของดีราคาถูกมาแบบไม่รู้ตัวเลยล่ะค่ะ

เพชรกับทอง เก็บอะไรดีกว่ากัน?

แหวนเพชร, เพชร, ใบเซอร์, GIA, HRD, เพชรน้ำหนักพิเศษ, Premium, Size, โดยกูรูเพชร, Doctor, Diamond

พูดถึงการซื้อเพชรเพื่อการลงทุนทีไร มีแต่คนบ่นว่าซื้อเพชรไม่เห็นจะลงทุนตรงไหน ซื้อไปก็มีแต่ขาดทุน ขายคืนร้านเดิมก็ถูกหัก ร้อนเงินก็ไม่รู้จะไปขายที่ไหน ซื้อทองยังจะดีกว่า ทองกับเพชรจึงกลายเป็นโจทย์ที่ได้ยินคู่กันตลอดเวลา

อาจจะเป็นเพราะ ‘เพชร’ นั้นไม่สามารถนำมาใช้เดี่ยวๆ โดยปราศจากตัวเรือนได้ ส่วนวัสดุยอดฮิตที่ใช้ทำตัวเรือนก็หนีไม่พ้น ‘ทอง’ จึงเป็นอันเข้าใจได้ว่า ทองกับเพชร นั้นแทบจะอยู่ติดกันตลอดเวลา เหมือนปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้ประมาณนั้น

การลงทุนทองนั้นทำได้ง่ายมากถึงมากที่สุด แค่เดินเข้าร้านทองที่เชื่อถือได้ มั่นใจได้ว่าเปอร์เซนต์เต็มแน่นอน ซื้อในปริมาณที่เงินมีและอยากลงทุน เอามาเก็บไว้ รอให้ราคาขึ้น ขายคืนแล้วกำไร หรือใครซื้อขายเยอะนี่ง่ายขนาดโทรสั่งแล้วโอนเงินเลย คือจบ

แต่เพชรไม่ง่ายแบบนั้น

เพราะเพชรมีสเป็คที่แตกต่างกันนับพันนับหมื่น ทั้งเรื่องสี ความสะอาด ขนาดและการเจียระไน แค่เปลี่ยนจากสีนึงไป ราคาก็เปลี่ยนละ… แถมราคายังพัวพันกับค่าเงินบาทแข็งอ่อน ทำให้ราคาเพชรดูเหมือนดิ้นไปมาได้ตลอดเวลา อย่าว่าแต่คนซื้อเลย บางทีคนขายก็ยังตามไม่ค่อยทันเหมือนกัน

ดังนั้น การลงทุนเพชรกับทองจึงมีความยากง่ายต่างกันราวกับอนุบาล/ปริญญาเอก เพราะการซื้อทองนั้นกำเงินเดินเข้าร้านก็ซื้อได้แล้ว รับรองไม่ผิดราคา เพราะขายเท่ากันทุกที่ทั่วประเทศ ส่วนเพชรนี่ต่อให้สเป็คเดียวกัน ของอยู่ในร้านเดียวกันยังราคาต่างกันได้เล้ยยย….

คำตอบง่ายๆก็คือเก็บได้ทั้งสองอย่าง สำหรับนักลงทุนมือใหม่อาจจะรู้สึกง่ายกว่ากับการเก็บทอง แต่เมื่อเริ่มรู้สึกว่าทองมันง่ายเกินไปและอยากหาอะไรที่ท้าทายกว่าเดิม ค่อยมาเพิ่มด้วยการศึกษาเรื่องเพชรแล้วค่อยๆซื้อเก็บก็ยังไม่สาย ก่อนจะลงทุนทุกครั้ง คุณหมอมีประโยคที่ย้ำนักย้ำหนามาตลอด เป็นคำที่ใครๆก็เคยได้ยินจนติดหู แต่ไม่รู้ว่าได้ทำกันบ้างหรือเปล่า….

‘การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจก่อนลงทุน’

5 เทคนิค ตรวจเพชรให้ตรงเซอร์

เพชร,เพชรขาว,เพชรสวย,แหวนเพชร,ต่างหูเพชร,เพชรร่วง,เพชรใบเซอร์,GIA,HRD,ขายเพชร,ร้านเพชร,Proud Gems,Siam Discovery

5 เทคนิค ตรวจเพชรให้ตรงเซอร์

1. เช็คหมายเลขบนขอบเพชร (Laser Inscription)

สำหรับใบเซอร์ GIA ขนาดเล็ก หรือ Diamond Dossier ที่มักจะมากับเพชรน้ำหนักต่ำกะรัต จะมีเลเซอร์สลักหมายเลขเซอร์ที่ขอบเพชรทุกเม็ด แต่ถ้าเป็นใบเซอร์ใหญ่สำหนับเพชรไซส์กะรัตขึ้นไป อาจจะไม่มี ถ้าหาไม่เจอนี่ก็อย่าเพิ่งแตกตื่นตกใจกันไป ลองวิธีต่อไปได้เลย

2. เช็คกับเวป GIA

ไปที่ www.gia.edu/reportcheck แล้วกรอกหมายเลขเซอร์ลงไป ถ้าเป็นใบเซอร์ที่ออกจากสถาบัน GIA จริง คุณจะได้เห็นรายละเอียดทั้งหมดอยู่ตรงหน้า เป็นอันคอนเฟิร์มว่านี่แหละ เพชรแท้เซอร์แท้แน่นอน

หรือจะโหลด Application : GIA จาก Smart Phone มาใช้ก็ได้เหมือนกัน

3. ชั่งน้ำหนัก

วิธีเบสิคที่ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ขอบอกว่าเป็นอีกวิธีที่ได้ผล นั่นก็คือการชั่งน้ำหนักเพชรให้ตรงกับน้ำหนักในใบเซอร์ ถ้าไม่ตรง… ส่งคืนคนขายได้เลย

4. วัดขนาด

การวัดขนาดให้ได้ผล 100% ควรทำคู่กับการชั่งน้ำหนัก เพราะเพชรก็ไม่ต่างจากคน ที่แม้น้ำหนักจะเท่ากัน แต่สัดส่วนอาจจะไม่เท่ากันก็ได้

การวัดขนาดให้ตรงตามที่ระบุไว้ในใบเซอร์ จึงเป็นการ Recheck ที่ทำได้ง่ายและได้ผลมากๆ จนไม่อยากให้มองข้ามไป ขอยืมอุปกรณ์การวัดขนาดได้จากคนขายเลย

5. ส่องเช็คตำหนิ

ใครมือโปรขั้นเทพขึ้นมาอีกสเต็ป จัดกล้องส่องเพชรมาเช็คตำหนิกันให้ชัวร์ อันนี้รับรองว่าแม่นเกิน 100% เพราะไม่มีตำหนิของเพชรเม็ดไหนในโลกที่อยู่ตำแหน่งเดียวกัน หน้าตาเหมือนกัน 100%

จะซื้อเพชรคราวหน้า ขอแนะนำให้ลองใช้ 5 เทคนิคนี้ในการตรวจสอบก่อนรับเพชรกลับบ้าน เท่านี้ก็วางใจได้แล้วว่าเราจะได้เพชรแท้ เม็ดที่เลือก คุณภาพตรงใบเซอร์เป๊ะๆแน่นอน

เพชร 1 กะรัต ราคาเท่าไหร่?

เพชร,เพชรขาว,เพชรสวย,แหวนเพชร,ต่างหูเพชร,เพชรร่วง,เพชรใบเซอร์,GIA,HRD,ขายเพชร,ร้านเพชร,Proud Gems,Siam Discovery

ถือเป็นเพชร Dream Size ที่เป็นน้ำหนักในฝันของสาวๆทั่วโลกที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นเจ้าของ อย่างน้อยก็ขอรู้สักนิดว่าเจ้าเพชรไซส์กะรัตนี่เม็ดใหญ่แค่ไหน และต้องเก็บตังเท่าไหร่ถึงซื้อได้? คำถามว่า ‘เพชรกะรัตละเท่าไหร่’ จึงเป็นคำถามสุดฮิตที่ถามกันโดยที่บางคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า เจ้ากะรัตนึงนี่หน้าตาประมาณไหน

เพชรไซส์กะรัตนั้น มีขนาดประมาณ 6.5 มิลลิเมตร (บวกลบได้นิดหน่อย) เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณครึ่งเซนติเมตรกว่าๆน่ะแหละ ส่วนราคานี่ก็แล้วแต่ว่าเพชรแต่ละเม็ด สีไหน ความสะอาดเท่าไหร่ เจียสวยแค่ไหน

ราคาที่เป็นไปได้ของเพชรไซส์กะรัตนั้นมีตั้งแต่ 39,600-820,800 บาทต่อกะรัต แต่ถ้าจะว่ากันตามคุณภาพที่ซื้อขายกันแบบฮอทฮิตหน่อย ก็อยู่ที่ราคาประมาณแสนกว่าไปจนถึงสามสี่แสน

ที่ราคาหลักหมื่นถามว่ามีจริงมั้ย // ตอบได้เลยว่ามี… แต่ถ้าได้ดูของจริงอีกที อาจจะเมินหน้าหนีแล้วเบ้ปากอีกสามทีติดกัน เพราะว่ามันเลวร้ายขนาดหนัก นิยามได้ประมาณว่าโดนช้างทั้งโขลงรุมเหยียบมาแล้วแผลยังไม่หายสนิทเลยก็ว่าได้

ส่วนที่ราคาสูงลิ่วๆนั่นก็สเป็คเทพแบบเก็บไว้กราบไหว้บูชา เป็นเพชรสีสูงติดดอยเสียดฟ้า พร้อมความสะอาดที่สูงเกาะเมฆลอยมาในระดับเดียวกัน

ใครที่เตรียมหยอดกระปุกไว้เพื่อซื้อเพชรในฝัน ระหว่างที่หยอดอยู่นั้น ขอแนะนำให้ลองไปเดินสำรวจว่า เพชรไซส์กะรัตที่ราคาแสนกว่านั้นหน้าตาประมาณไหน สองแสนประมาณไหน สามแสนดีกว่ายังไง

หลังจากนั้นก็ลองเอาราคา+คุณภาพมาวิเคราะห์วิจัยว่าตัวเรานั้นรู้สึกปลื้มปริ่มกับเพชรสีไหน ความสะอาดระดับได้อยู่ที่เกรดอะไร ประมวลเป็นราคาเพื่อตั้งเป้าในใจว่าเราอยากได้อะไร

ไม่ว่าเป้าหมายจะเป็นเพชรน้ำ 93 น้ำ 97 หรือน้ำ 100 ก็ถือว่าไม่ผิดกติกา แนะนำให้ท่องจำไว้ว่า การซื้อเพชรนั้นสุดที่ใจเสมอ ไม่ว่าจะเลือกอะไร ถ้าเราพอใจ สินค้าเหมาะสมกับราคา นั่นถือว่าจบ

ขอให้สาวๆ ได้เพชรไซส์กะรัตในฝันมาครอบครองกันในเร็ววันนี้นะคะ

4 Step เทพ เช็คเพชรก่อนจ่ายเงิน

ก็เพราะซื้อเพชรแต่ละเม็ดไม่ได้ราคาบาทสองบาท ก่อนจะรับเพชรกลับบ้าน จึงต้องตรวจทานกันให้ถี่ถ้วนว่าเพชรเม็ดที่เราเลือก คือเม็ดที่เราจะได้รับกลับบ้านจริงๆแบบไม่โดนย้อมแมวเปลี่ยนเม็ดลับหลัง

พูดแล้วอาจจะฟังดูยากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับมือใหม่ที่ซื้อเพชรเป็นครั้งแรก วันนี้คุณหมอมี 4 ขั้นตอนแสนง่ายที่ใครก็ทำได้ ในการตรวจสอบว่าเป็นเพชรแท้ตรงกับใบเซอร์แน่นอน จะได้รับแหวนเพชรกลับบ้านกันอย่างสบายใจ

1. เช็คหมายเลขที่ใบเซอร์ให้ตรงกับขอบเพชร

คำแนะนำสำหรับการซื้อเพชรใบเซอร์ ก็คือการเช็คตัวเลขสลักเลเซอร์ที่ขอบเพชรให้ตรงกับใบเซอร์ทุกครั้ง สำหรับมือใหม่อาจจะฟังดูเหมือนเป็นเรื่องยากเพราะส่องเพชรเองไม่เป็น แต่ร้านเพชรที่มีเพชรใบเซอร์ขายก็มักจะอำนวยความสะดวกโดยการมี Microscope หรือ Software พร้อมกล้องส่องเพื่อช่วยให้ลูกค้าเช็คเองได้เพื่อความมั่นใจก่อนรับแหวนเพชรกลับบ้าน

2. Download ข้อมูลเพื่อเช็คให้ชัวร์อีกรอบ

ใครยังแอบนอยด์ว่าใบเซอร์อาจจะเป็นของปลอม ลองเข้าไป Download เพื่อ Cross Check กับฐานข้อมูลของแต่ละสถาบันอีกทีก็จะชัวร์กว่ากันเยอะ

ถ้ามีข้อมูลอยู่ก็แปลว่าสบายใจได้เลยว่าใบเซอร์เป็นของจริง เพชรเม็ดนั้นๆ ได้รับการตรวจสอบมาแล้วจริงแท้แน่นอน 100%

คนรักเพชรสามารถตรวจสอบ Database ของ 3 สถาบันยอดฮิตได้จาก Link ด้านล่างนี้นะคะ

สถาบัน GIA: Gemological Institute of America
http://www.gia.edu

สถาบัน HRD: HRD Antwerp
https://my.hrdantwerp.com/

สถาบัน IGI: Internation Gemological Institute
http://www.igiworldwide.com/verify.php

3. เช็คตำหนิเพชร

Advance ขึ้นมาอีกสเตปก็เป็นการส่องเช็คตำหนิว่าสิ่งที่ระบุไว้ในใบเซอร์นั้น ถูกต้องตรงกันกับของจริงที่อยู่ในมือหรือเปล่า เคสนี้อาจจะต้องมีผู้เชียวชาญในการส่องเพชรติดตัวไปด้วย ส่วนใครเป็นมือใหม่ ก็สามารถขอให้ทางร้านเพชรช่วยเซทกล้องให้ดูได้

ในกรณีนี้ อาจจะต้องเป็นเพชรที่มีตำหนิชิ้นใหญ่พอจะเห็นได้ในระดับ VS ลงไป ส่วนเพชรในระดับความสะอาด VVS นี่ขอบอกว่าต้องทำใจ เพราะพวกนักวิเคราะห์อัญมณีกันเองยังหาไม่ค่อยเจอเลยเหอะ

4. ชั่งน้ำหนัก+วัดขนาดให้ตรงใบเซอร์

อีกหนึ่งวิธีง่ายๆที่ทำได้ก่อนที่เพชรจะขึ้นเรือน ได้แก่การชั่งน้ำหนักเพชรให้ตรง พร้อมทั้งวัดขนาดความกว้าง*ยาว*สูง ให้ตรงกับใบเซอร์

แม้ว่าเพชรจะน้ำหนักเท่ากัน แต่รับประกันได้ว่าสัดส่วนไม่เหมือนกันทุกเม็ด เปรียบง่ายๆกับคนที่น้ำหนักเท่ากัน แต่หุ่นไม่เท่ากัน #เพชรก็เช่นกัน

ดังนั้น การตรวจสอบน้ำหนักให้ตรงกับสัดส่วนจึงเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่ทำได้ง่าย เพียงขออุปกรณ์การชั่ง ตวง วัด จากร้านเพชรของคุณในการตรวจสอบ เท่านี้คุณก็สามารถตรวจเพชรเองได้ราวกับมืออาชีพ

ได้เคล็ดลับ 4 ข้อไปใช้แล้วก็อย่าลืมแบ่งปันให้กับเพื่อนฝูงญาติพี่น้องสำหรับการซื้อเพชรครั้งต่อไปด้วยนะคะ