เพชรใส่เล่น VS เพชรลงทุน

แหวนเพชร, เพชร, ใบเซอร์, GIA, HRD, เพชรน้ำหนักพิเศษ, Premium, Size, โดยกูรูเพชร, Doctor, Diamond

เพชรที่ซื้อไว้เพื่อการลงทุน…. เป็นคนละพวกกับเพชรที่เอาไว้ใส่เล่นเฉิดฉายไฮโซค่ะ

… จากคำพูดที่บอกว่า ‘การซื้อเพชร ถือเป็นการลงทุน’ คำพูดนี้ถือว่าถูก แต่ยังถูกไม่หมด…. เนื่องจากเพชรทุกเม็ด ไม่ได้ขายแล้วได้กำไรทุกครั้ง ที่เห็นชัดๆก็ตอนขายคืนโรงรับจำนำนั่นแหละ ไม่ว่าจะขนาดไหนก็ได้ราคาต่ำกว่าตอนซื้อทุกไซส์ทุกสีแน่นอน

ไม่ต้องมองไกล ขอให้มองไปเทียบกับการซื้อขายที่ดิน เราจะเห็นได้ว่าที่ดินบางผืน ราคาสูงลิ่วเสียดฟ้า แต่ต่อให้ถือเงินสดมาวางตรงหน้าก็ซื้อไม่ได้ ก็เพราะปริมาณของ ‘ที่ดิน’ ที่ซื้อได้ขายดีนั้นมีจำนวนจำกัด และใครๆก็อยากได้เป็นเจ้าของทั้งนั้น

ส่วนที่กะโหลกกะลาตาบอด ซื้อไปแล้วมองไม่เห็นอนาคตนั้นมีอยู่ถมเถเกลื่อนเมือง เจอแบบนี้มีแต่คนอยากจะขาย.. แต่ไม่มีใครยอมซื้อ? เหตุผลก็ง่ายๆ ซื้อไปแล้วไม่มีอนาคต จะซื้อไปทำไม

การซื้อเพชรก็ไม่แตกต่าง

ถ้าคุณซื้อเพชรสวย สเป็คดี มีคุณภาพตรงตามมาตรฐาน เป็นที่ต้องการของตลาด ยิ่งเม็ดใหญ่ก็ยิ่งหายาก ราคาก็ยิ่งขึ้นสูง ไม่แน่ว่าสิ่งที่คุณครอบครอง.. ต่อให้เอาทองเท่าหัวมาแลก คุณก็อาจจะไม่ยอม เพราะคุณรู้ดีว่าราคาที่ซื้อตอนนั้น ไม่สามารถหาซื้อได้อีกแล้ว

แต่ถ้าคุณซื้อแหวนเพชรใส่เล่นกุบกิบน่ารักในดีไซน์ที่มีวางขายทั่วไปตามท้องตลาด ในร้านเพชรทุกแห่ง นั่นคือเพชรที่ซื้อไว้เพื่อใส่สวยงานตามท้องเรื่อง .. ซึ่งมันก็ยังมี Value ในตัวเอง แต่ถ้าจะหวังให้ราคาขึ้นพรวดพราด หรือมีคนมาแย่งกันขอซื้อ… มันก็คงไม่ใช่

ดังนั้น ณ ตอนที่ตัดสินใจว่าต้องการจะซื้อเพชร ขอให้ปรึกษากับตัวเอง ปรึกษาคนรอบข้าง คนในครอบครัวให้มั่นใจก่อน ว่าต้องการซื้อใส่เล่นขำๆ ซื้อเพชรชอบ ซื้อเพราะอยากเก็บให้ลูกหลาน หรือต้องการซื้อไว้เพื่อทำกำไร

เพราะคำตอบของแต่ละคน จะแตกต่างออกไปตามวัตถุประสงค์ความต้องการ .. และที่สำคัญคืองบประมาณ

เพื่อที่จะได้เพชรที่ดีที่สุดและตอบโจทย์ได้ดีที่สุดค่ะ

และจะไม่มาเสียใจกันทีหลัง….. นะจ๊ะ

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://www.diamondguru.co.th

10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ Rapaport

แหวนเพชร, เพชร, ใบเซอร์, GIA, HRD, เพชรน้ำหนักพิเศษ, Premium, Size, โดยกูรูเพชร, Doctor, Diamond

ใครซื้อเพชรมาในระดับพ้นจากคำว่า ‘มือใหม่’ น่าจะเคยได้ยินว่าการซื้อขายเพชรนั้นจะใช้ราคากลางที่เรียกว่า Rapaport หรือที่เรียกว่า Rap หรือ Port กันสั้นๆ

แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นราคากลาง แต่วิธีการใช้นั้นโคตรจะยุ่งยาก กว่าคุณหมอจะใช้คล่องและคูณตัวเลขครบทุกตัวก็ปาเข้าไปหลายปี ทุกวันนี้ถึงกับต้องผูกสูตรใน Microsoft Excel เพื่อช่วยในการคำนวณ เพื่อความชัวร์ว่าตัวเองจะไม่คูณอะไรตกหล่นผิดพลาดอีก

ก่อนจะไปถึงตรงนั้น เรามาทำความรู้จัก Rapaport กันเล็กน้อยพอหอมปากคอมหอกันก่อนนะคะ

1. Rapaport เป็นราคากลางของเพชรที่ใช้กันในการซื้อขายทั่วโลก ไม่ว่าจะขายส่งหรือปลีกก็จะอ้างอิงจากราคานี้เสมอ

2. เมื่อก่อน Rapaport เป็นราคาในหน่วย US Dollars เสมอ แต่ตอนนี้มีเป็นหน่วยเงินรูปีอินเดียเพิ่มมาอีกอย่าง ถ้าโหลดมาใช้ อย่าลืมดูให้ดีว่าเป็น USD หรือ รูปี

3. ตัวเลขราคาเพชรใน Rapaport เป็นราคาต่อกะรัตเสมอ เวลาใช้ อย่าลืมคูณน้ำหนักเพชรเข้าไปด้วย

4. การเปลี่ยนแปลงราคา Rapaport จะเกิดขึ้นในวันศุกร์เท่านั้นในประเทศไทยสำหรับประเทศอื่น วันอาจคลาดเคลื่อนเล็กน้อย

5. แม้ว่า Rapaport จะเป็นราคากลางในการซื้อขาย แต่เพชรต่างไซส์ ต่างสี ต่างความสะอาด ส่วนลดจากพอร์ทก็ไม่เท่ากัน และสามารถขึ้นลงปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา

6. ราคาบวก Rapaport สามารถเกิดขึ้นได้ หากสเป็คนั้นๆ ขาดตลาด เป็นที่ต้องการสูง หรือหายากในช่วงนั้นๆ

7. Rapaport ไม่มีขาย อยากได้ Weekly Update ต้องสมัครสมาชิกรายปีในราคา 250 เหรียญต่อปี

8. ถ้าอยากได้แค่ Rapaport ล่าสุด จะจ่ายแค่ 50 เหรียญแล้วโหลดแค่ Current Price List ก็ได้เหมือนกัน

9. Download กันได้ที่ www.diamonds.net

10. Search Google ด้วยคำว่า Rapaport ก็จะเจอ www.diamonds.net ขึ้นมาเป็นรายการแรกอยู่ดี

เปลี่ยนสไตล์มาหอมปากหอมคอกันสั้นๆ บ้างนะคะ

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก http://www.diamondguru.co.th

วิธีวัดขนาดแหวนด้วยตัวเอง

01 1 - วิธีวัดขนาดแหวนด้วยตัวเอง

จะเซอร์ไพรส์สาวด้วยแหวนเพชร แต่ก็ไม่กล้าเสี่ยงเรื่องขนาด เพราะไม่แน่ใจ บางคนอยากสั่งแหวนออนไลน์แต่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองใส่แหวนเบอร์อะไร วันนี้คุณหมอเลยขอจัดวิธีการวัดแหวนด้วยตัวเองแบบง่ายๆมาให้ จะได้ลองวัดขนาดนิ้วกันแบบไม่ต้องพึ่งพวงแหวนเหมือนเคย

วิธีการก็ 2 แบบ เลือกใช้กันได้ตามอัธยาศัยนะคะ

วิธีที่ 1

หากคุณมีแหวนอยู่แล้ว ลองนำไม้บรรทัดมาวัดเส้นผ่าศูนย์กลางแหวนที่รอบวงด้านใน **ย้ำ** ว่าด้านในเท่านั้น ไม่ต้องวัดขอบแหวนรวมมาด้วยนะคะ

ในการวัด ขอให้ใช้หน่วยวัดเป็นมิลลิเมตร แล้วลองเทียบกับตารางของเราด้านล่างนี้ โดยช่องขวา จะเป็นเส้นผ่าศูนย์กลางที่เราวัดเตรียมไว้ ส่วนช่องซ้ายเป็นขนาดแหวนของเราค่ะ

แหวนเพชร, เพชร, ใบเซอร์, GIA, HRD, เพชรน้ำหนักพิเศษ, Premium, Size, โดยกูรูเพชร, Doctor, Diamond

วิธีที่ 2

ถ้าไม่มีแหวนอยู่ก็ไม่เป็นไรค่ะ มาดูวิธีที่ 2 กัน สำหรับวิธีนี้ สิ่งที่ต้องใช้ก็คือลวดมัดขนมปัง หรือไหมพรมเส้นโตๆ ที่มีอยู่ที่บ้าน นำมาพันรอบโคนนิ้วแบบพอดีๆ ไม่คับ ไม่หลวม ใครข้อนิ้วใหญ่ ให้พันที่ข้อนิ้วแทนนะคะ

เมื่อพันรอบนิ้วแล้วก็ให้ทำเครื่องหมายไว้ จากนั้นก็กางออกมาแล้ววัดความยาวเป็นมิลลิเมตร ได้เท่าไหร่ ให้นำมาลบ 6 เท่านี้คุณก็จะได้ขนาดแหวนที่ต้องการ

เช่น วัดได้ 56 มิลลิเมตร ลบ 6 เท่ากับ 50 เท่ากับใส่แหวนเบอร์ 50 ค่ะ

และนี่ก็คือวิธีการวัดแหวนด้วยตัวเองสองวิธีง๊ายย.. ง่าย ที่คุณก็ทำด้วยตัวเองได้แบบไม่ง้อพวงวัดแหวนอีกต่อไป จะสั่งแหวนออนไลน์คราวหน้าก็อย่าลืมใช้สองวิธีนี้ดูนะคะ

ตารางวัดแหวนจาก https://qalo.com/pages/ring-size-chart

Credit : http://www.diamondguru.co.th

ซื้อเม็ดใหญ่กว่า ดีกว่าจริงหรือ?

แหวนเพชร, เพชร, ใบเซอร์, GIA, HRD, เพชรน้ำหนักพิเศษ, Premium, Size, โดยกูรูเพชร, Doctor, Diamond

‘ซื้อเพชรเม็ดเล็กๆแบบขี้เพชรทำไม… ซื้อใหญ่ๆดีกว่า’

ใครเคยเข้าร้านเพชรพร้อมคุณแม่ คุณป้า คุณย่า คุณยาย น่าจะเคยได้ยินประโยคนี้มาบ้างนะคะ

ใช่ค่ะ.. เนื่องจากขนาดของเพชรมันแปรผันตรงกับอายุ กล่าวคือ เมื่ออายุมากขึ้นก็ต้องการเพชรเม็ดใหญ่ขึ้น ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกที่คุณแม่ คุณยายจะอยากให้ลูกหลานซื้อเพชรเม็ดใหญ่ๆเก็บไว้ตั้งแต่วันนี้ เพราะหันมามองอีกที.. ราคานี้ก็คงซื้อไม่ได้แล้ว

แต่บรรดาเด็กน้อยวัยรุ่นทั้งหลายก็จะพากันส่ายหัว… นู๋ไม่เอา ไม่อยากได้ ใหญ่เกินไป เด๋วอันตราย ใส่แล้วแก่เกินวัย อยากใส่ทุกวัน บลา บลา บลา…. หารู้ไม่ว่า ร้อยละ 80 กลับมาแอบบ่นทีหลังว่า รู้งี้ซื้อเก็บตั้งแต่เอ๊าะๆ ดีกว่า

ในแง่ของการลงทุน เพชรเม็ดใหญ่ น้ำใส ไร้ตำหนิ สัดส่วนงามๆ มักจะราคาขึ้นมากกว่า เทียบกับเพชรเม็ดเล็ก สีเหลือง ตำหนิเพียบ หาไฟไม่เจอ.. พวกนี้ซื้อไปกี่ปีก็ราคาแทบจะเท่าเดิม

ว่ากันง่ายๆก็คือ ของสวยกว่า หายากกว่า และราคาขึ้นมากกว่า

แต่ถ้าไม่ได้ปลื้มเพชรเม็ดใหญ่เป็นการส่วนตัว จะเปลี่ยน Choice ไปที่เพชรขาว เพชรสะอาด ไฟเด้งดุ๋งดั๋งแทน ก็ยัง Make Sense อยู่ และมีแนวโน้มที่จะสร้างกำไรได้มากกว่าในอนาคตเช่นกัน

สิ่งที่น่าสังเกตอีกอย่างหนึ่ง คือเพชรเพื่อการลงทุนอาจจะไม่ใช่สเปคที่โดนใจ สีสวย หรือแบบที่เลือกใช้ คิดง่ายๆว่าคอนโดที่ซื้อไว้เพื่อปล่อยเช่า อาจจะไม่ใช่บ้านในฝันที่เราอยากอยู่ทุกวัน แต่นั่นคือสิ่งที่ซื้อไว้เพื่อการทำกำไรและลงทุน

ดังนั้น สำหรับการลงทุน จึงขอแนะนำให้เปิดใจให้กว้าง รับไอเดียใหม่ๆ และเพชรเม็ดที่ใหญ่กว่าเดิม คุณอาจจะได้ของดีราคาถูกมาแบบไม่รู้ตัวเลยล่ะค่ะ

Credit : http://www.diamondguru.co.th

เพชรกับทอง เก็บอะไรดีกว่ากัน?

แหวนเพชร, เพชร, ใบเซอร์, GIA, HRD, เพชรน้ำหนักพิเศษ, Premium, Size, โดยกูรูเพชร, Doctor, Diamond

พูดถึงการซื้อเพชรเพื่อการลงทุนทีไร มีแต่คนบ่นว่าซื้อเพชรไม่เห็นจะลงทุนตรงไหน ซื้อไปก็มีแต่ขาดทุน ขายคืนร้านเดิมก็ถูกหัก ร้อนเงินก็ไม่รู้จะไปขายที่ไหน ซื้อทองยังจะดีกว่า ทองกับเพชรจึงกลายเป็นโจทย์ที่ได้ยินคู่กันตลอดเวลา

อาจจะเป็นเพราะ ‘เพชร’ นั้นไม่สามารถนำมาใช้เดี่ยวๆ โดยปราศจากตัวเรือนได้ ส่วนวัสดุยอดฮิตที่ใช้ทำตัวเรือนก็หนีไม่พ้น ‘ทอง’ จึงเป็นอันเข้าใจได้ว่า ทองกับเพชร นั้นแทบจะอยู่ติดกันตลอดเวลา เหมือนปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้ประมาณนั้น

การลงทุนทองนั้นทำได้ง่ายมากถึงมากที่สุด แค่เดินเข้าร้านทองที่เชื่อถือได้ มั่นใจได้ว่าเปอร์เซนต์เต็มแน่นอน ซื้อในปริมาณที่เงินมีและอยากลงทุน เอามาเก็บไว้ รอให้ราคาขึ้น ขายคืนแล้วกำไร หรือใครซื้อขายเยอะนี่ง่ายขนาดโทรสั่งแล้วโอนเงินเลย คือจบ

แต่เพชรไม่ง่ายแบบนั้น

เพราะเพชรมีสเป็คที่แตกต่างกันนับพันนับหมื่น ทั้งเรื่องสี ความสะอาด ขนาดและการเจียระไน แค่เปลี่ยนจากสีนึงไป ราคาก็เปลี่ยนละ… แถมราคายังพัวพันกับค่าเงินบาทแข็งอ่อน ทำให้ราคาเพชรดูเหมือนดิ้นไปมาได้ตลอดเวลา อย่าว่าแต่คนซื้อเลย บางทีคนขายก็ยังตามไม่ค่อยทันเหมือนกัน

ดังนั้น การลงทุนเพชรกับทองจึงมีความยากง่ายต่างกันราวกับอนุบาล/ปริญญาเอก เพราะการซื้อทองนั้นกำเงินเดินเข้าร้านก็ซื้อได้แล้ว รับรองไม่ผิดราคา เพราะขายเท่ากันทุกที่ทั่วประเทศ ส่วนเพชรนี่ต่อให้สเป็คเดียวกัน ของอยู่ในร้านเดียวกันยังราคาต่างกันได้เล้ยยย….

ถ้าถามคุณหมอ คำตอบง่ายๆก็เก็บได้ทั้งสองอย่าง สำหรับนักลงทุนมือใหม่อาจจะรู้สึกง่ายกว่ากับการเก็บทอง แต่เมื่อเริ่มรู้สึกว่าทองมันง่ายเกินไปและอยากหาอะไรที่ท้าทายกว่าเดิม ค่อยมาเพิ่มด้วยการศึกษาเรื่องเพชรแล้วค่อยๆซื้อเก็บก็ยังไม่สาย ก่อนจะลงทุนทุกครั้ง คุณหมอมีประโยคที่ย้ำนักย้ำหนามาตลอด เป็นคำที่ใครๆก็เคยได้ยินจนติดหู แต่ไม่รู้ว่าได้ทำกันบ้างหรือเปล่า….

‘การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจก่อนลงทุน’

เพราะประโยคนี้มันจริงยิ่งกว่าจริง ใครคิดจะลงทุนอะไร ควรศึกษาให้ถ่องแท้ก่อนค่อยควักตังจ่าย ไม่งั้นอาจจะขาดทุนน้ำตาเช็ดหัวเข่าเอาง่ายๆ

คราวนี้จะเลือกลงทุนกับอะไรก็เอาที่สบายใจได้เลยคร้าาา…

credit : http://www.diamondguru.co.th